อุทยานแห่งชาติ “จิ่วจ้ายโกว” เสียหายหนักจากแผ่นดินไหว

อุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกวซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับโลกของจีน และตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวรุนแรง ที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 19 คน และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 260 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองจิ่วจ้ายโกว มณฑลเสฉวน ประเทศจีน  เมื่อวันที่ 10 ส.ค. เกี่ยวกับความคืบหน้าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 6.5 แมกนิจูด ในพื้นที่หุบเขาทางเหนือของมณฑลเสฉวน เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่อย่างน้อย 19 คน ในจำนวนนี้ 8 คนเป็นนักท่องเที่ยว แต่ยังไม่มีการเผยข้อมูลว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมอยู่ด้วยหรือไม่ ส่วนจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่อย่างน้อย 263 คน และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม มีรายงานการเกิดแผ่นดินไหวตามหรืออาฟเตอร์ช็อกแล้วมากกว่า 1,000 ครั้ง โดยครั้งรุนแรงที่สุดอยู่ที่ 4.8 แมกนิจูด  ด้านหน่วยกู้ภัยทั้งทหารและพลเรือนลงพื้นที่อพยพประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ออกจากพื้นที่แล้วเกือบ 60,000 คน โดยครึ่งหนึ่งเป็นการอพยพออกจากเขตจิ่วจ้ายโกว ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้ ท่ามกลางความกังวลของทุกฝ่ายเกี่ยวกับความเสียหายอย่างนหักที่เกิดขึ้นกับอุทยานแห่งชาติจิ่วจ้ายโกว ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีชื่อเสียงของจีน อีกทั้งยังเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( ยูเนสโก ) ด้วย ขณะที่ผู้บริหารของอุทยานประกาศปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนด เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่มีทั้งดินถล่ม และรอยร้าวตามแนวโขดหิน
นอกจากนี้ ในเวลาเดียวกับที่เกิดแผ่นดินไหวในมณฑลเสฉวน ยังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 6.3 แมกนิจูด  ที่ตามด้วยอาฟเตอร์ช็อกอีกหลายสิบครั้ง โดยครั้งรุนแรงที่สุดอยู่ที่ 5.3 แมกนิจูด ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนืออีก 3,200 กิโลเมตรด้วย เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 คน และบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 1,000 หลัง ทั้งนี้ มณฑลเสฉวนเป็นหนึ่งในบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งที่สุดในจีน เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตที่แผ่นธรณีภาคอินเดีย-ออสเตรเลีย และแผ่นธรณีภาคยูเรเชียมาบรรจบกัน โดยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70,000 คน ถือเป็นแผ่นดินไหวซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับที่ 20 ของโลก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews